ถึงชีสจะแคลอรี่สูง แต่รู้ไหมว่าชีสก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

cheese

การไดเอทโดยชีส ทำยังไงนะ?

การไดเอทโดยชีสนั้น ไม่ใช่การทานชีสเข้าไปเยอะๆแล้วจะไดเอทได้ อันนี้ผิดนะจ๊ะ แต่เราต้องกำหนดให้ในแต่ละมื้ออาหารนั้นมีชีสเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และอย่าเข้าใจผิดว่าต้องทานแค่ชีสอย่างเดียวล่ะ เวลาที่เราทานอาหารคลีน หรืออาหารไดเอท บางครั้งเราจะรู้สึกไม่อิ่มเอาเสียเลยและหิวอยู่เสมอใช่ไหมคะ นี่แหละถึงเวลาที่พระเอกอย่างชีสจะออกโรงแล้ว เพราะว่าการทานชีสจะทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ง่าย จะช่วยให้เราไม่ไปกินของจุกจิกอย่างอื่นอีก และนอกจากนั้นชีสยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกด้วยนะ แถมมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกอีกด้วย การกินชีสหลายๆชนิด หลายๆแบบก็สนุกดีนะ

ผลลัพธ์ของการไดเอทโดยชีส

แม้ว่าชีสจะประกอบไปด้วยแคลอรี่จำนวนมาก แต่ก็มีคุณค่าทางสารอาหารมากเหมือนกัน ส่วนประกอบในชีสก็คือโปรตีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง วิตามินเอที่อยู่ในชีสมีสารช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิว และบำรุงสายตา วิตามินบีก็จะช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย และนอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินอื่นๆ โซเดียม โพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในการเพิ่มพลังงาน ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นและเหนื่อยช้าลงอีกด้วย
ในช่วงไดเอท มีความเป็นไปได้ที่แคลอรี่ในร่างกายจะลดลงอย่างฉับพลัน อาจเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากน้ำหนักตัวจะลดลง ผิวยังเสื่อมสภาพและกล้ามเนื้อก็หดหายไปพร้อมๆกันอีกด้วย การผอมแบบสุขภาพไม่ดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย จริงไหมคะ
ดังนั้นการรับประทานชีสที่มีส่วนผสมของโปรตีนซึ่งมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้เราบาลานซ์สารอาหารในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

วิธีการไดเอทโดยชีส

โดยปกติให้รับประทานชีส 1-2 ครั้งต่อวันกับอาหารมื้อหลัก จะทานชีสเปล่าๆหรือผสมกับกับอาหารก็ได้ และต้องทานไม่เกิน 80% ของกระเพาะด้วยระ เพราะถ้าทานมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนแน่นอนล่ะค่ะ อีกอย่างก็คือ หากรับประทานชีสแล้วก็ห้ามเพิ่มปริมาณอาหารด้วยนะ ถึงแม้ว่าชีสจะมีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ในชีสไม่ค่อยมีไฟเบอร์ ดังนั้นให้เลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์เช่นผักผลไม้ควบคู่กับชีสเสมอๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานชีสนั้น อยากให้ลองผสมชีสในโยเกิร์ตทานกับกล้วยดู ก็จะได้อาหารคลีนอร่อยๆมาอีกหนึ่งมื้อเลยละค่ะ

ขนตาแห้งกรอบจากแสง UV

eyelash

หลายคนอาจทราบเพียงว่า ผิวของเรานั้นสามารถถูกแสงอาทิตย์ไหม้ได้ แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าขนตาของเราก็โดนแสง UV ทำลายได้เหมือนกัน แสง UV จะไปทำลายสาร Q-10 ที่อยู่ในขนตา ทำให้ขนตาขาดความยืดหยุ่น แห้งกรอบและหลุดร่วงไปในที่สุด

พฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อขนตา

ปกติแล้วเวลาเราแต่งหน้าเราก็ต้องดัดขนตาและปัดมาสคาร่า ซึ่งการใช้ที่ดัดขนตาหนีบขนตาก็เป็นการทำร้ายขนตาของเราอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่จริงแล้วหากเราดัดขนตาอย่างถูกวิธี ก็จะไม่ทำอันตรายต่อขนตาของเรามากนัก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและคนมักไม่รู้ก็คือยางของที่ดัดขนตานี่เอง หากเราไม่เปลี่ยนยางที่ดัดขนตานานๆ ยางจะเสื่อมสภาพและกินขนตาเราในที่สุด นอกจากนั้นยังการล้างมาสคาร่าออกจากขนตาไม่สะอาดก็ทำให้ขนตาของเราสุขภาพไม่ดีเช่นกัน

แล้วเราจะปกป้องขนตาจากรังสี UV อย่างไร

เราสามารถปกป้องขนตาของเราได้ โดยการทาเอสเซ้นบำรุงขนตา หรือใส่แว่นกันแดด เมื่อเจอแดดแรงๆ จะเป็นการปกป้องดวงตาไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นการต่อขนตาก็สามารถปกป้องขนตาจากรังสี UV ได้ในส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากดูแลรักษาขนตาที่ต่อไม่ดี ก็จะทำให้ขนตาจริงเสียหายได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขเมื่อคิ้วบางลง!

mayuge

ทำไมคิ้วถึงบางลง?

ในบางคนอาจมีปัญหาคิ้วบางลง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนคิ้วบางเลย ปัญหาคิ้วบางนั้นมีได้หลายสาเหตุดังนี้

1. ถอนคิ้วบ่อยเกินไป
2. ทำความสะอาดไม่หมด
3. สารอาหารไปเลี้ยงเส้นขนไม่เพียงพอ

ถ้าหากปัญหาของคิ้วบางมาจาก 3 สาเหตุนี้ เราก็สามารถแก้ไขโดยวิธีธรรมชาติได้

อย่าถอนโคนขน

รู้หรือไม่ว่าการถอนขนคิ้วนั้นจะทำให้ขนคิ้วเส้นใหม่เจริญเติบโตยากขึ้น วงจรชีวิตของเส้นขนจะสั้นลง และงอกขึ้นมาช้า เมื่อเราถอนขนที่เดิมซ้ำๆสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติว่าห้ามให้ขนงอกขึ้นมาจากบริเวณนี้อีก โดยการถอนขนคิ้วนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นทั่วทั้งบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้คิ้วของเราบางลง หากต้องกันคิ้วจริงๆ แนะนำให้ใช่วิธีโกน จะได้ไม่เป็นการกระตุ้นและไม่ทำให้รากขนเสียหาย

ใช้คลีนซิ่งให้ถูกต้อง

การกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นขน ทั้งสีเขียนคิ้วหรือมาสคาร่าที่เราแต่งแต้มในระหว่างวัน ต้องล้างให้สะอาดหมดจด วิธีง่ายๆโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน หลังจากนั้นล้างหน้าตามปกติ จะทำให้ล้างหน้าได้สะอาดมากยิ่งขึ้น

ทานอาหารให้เพียงพอ

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นขนและเส้นผมของเรามีทั้งหมด 6 ชนิด ชนิดแรกคือ “เหล็ก”​ ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของเราดีขึ้น ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขน เหล็กมีมากในนม เนื้อสัตว์ ผักปวยเล้ง อโวคาโด และอื่นๆ ต่อมา พยายามเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีผลช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะมีมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ถั่วแมคคาเดเมีย ลูกนัต เป็นต้น นอกจากนั้นวิตามิน E ที่มีมากในงาหรือฟักทองก็มีประโยชน์ในการบำรุงเส้นขน และโปรตีนก็เป็นสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยังมีสังกะสีที่พบมากในอาหารจำพวกหอย นม ก็มีประโยชน์ต่อเส้นขนมากๆเช่นกัน และตัวสุดท้ายที่แนะนำให้รับประทานด้วยก็คือ อาหารที่มีกรดโฟลิคเป็นส่วนประกอบ

ความมหัศจรรย์ของเครื่องเทศ! ช่วยคืนความสาวให้กับคุณ

herbs

“ภายในร่างกายมนุษย์เรา มีการกระตุ้นของปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากการรวมตัวของออกซิเจนกับสารอื่น ซึ่งเราเรียกว่า “ออกซิเดชัน” ซึ่งเมื่อเกิดออกซิเดชันบ่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวพรรณของคุณเหี่ยวและดูชราลง ซึ่งเครื่องเทศหลายชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถหยุดการกระตุ้นและยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ นอกจากนี้เครื่องเทศชนิดต่างๆ มีส่วนช่วยในการย่อยสลายเซลล์ผิวหนังที่สายแล้ว และสร้างเซลล์ผิวหนังตัวใหม่ขึ้นมาทนแทนได้ และเมื่อมีการย่อยสลาย ร่างกายก็จะผอมลงไปด้วยนั่นเอง วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องเทศที่ช่วยคืนความสาวให้กับคุณ เครื่องเทศที่ช่วยชะลอความแก่ชรา พริก ถือเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่เราสามารถคาดหวังเรื่องการบำรุงความงามได้ ซึ่งพริกจะเข้าไปเร่งระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เซลล์ใหม่ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พริกมีส่วนผสมของ “แคปเซอิซิน” ซึ่งมีหน้าที่ในการชะลอความแก่นั่นเอง อบเชย เมื่อคนเราอายุมากขึ้นเส้นเลือดฝอยก็จะเปราะบางและแตกได้ง่าย อบเชยช่วยบำรุงเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง ซึ่งเมื่อเส้นเลือดฝอยมีความแข็งแรงแล้ว ธาตุอาหารที่สำคัญต่างๆ และก๊าซออกซิเจน จะสามารถส่งไปทั่วทั้งร่างกาย มีการบำรุงเซลล์ในร่างกายอย่างทั่วถึง จึงทำให้ร่างกายของคุณกลับมาสาวอีกครั้ง ขิง มีประสิทธิภาพช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและชะลอความแก่ได้ เมื่อทานขิงเข้าไปจะเข้าไปกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้ทำงานอย่างรวดเร็ว มีการเผาผลาญเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและสร้างเซลล์ตัวใหม่ขึ้นมาทดแทน ข้อควรระวังก็คือไม่ควรทานขิงมากจนเกินไป ซึ่งภายใน 1 วัน ควรทานขิงไม่เกิน 10 กรัม ขมิ้น มีช่วยผสมของสาร “เคอร์คูมิน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระผสมอยู่มาก ช่วยฟื้นฟูเซลล?ผิวหนังที่ถูกทำร้ายให้กลับมาสวยเนียนเหมือนเดิม การนำขมิ้นไปผสมกับโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาได้มากขึ้น ข้อควรระวังก็คือไม่ควรทานขมิ้นมากจนเกินไป ควรทานวันละ 1.5 – 3 กรับ จะเป็นปริมาณที่กำลังพอเหมาะที่สุด”

ถึงชีสจะแคลอรี่สูง แต่รู้ไหมว่าชีสก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

cheese

การไดเอทโดยชีส ทำยังไงนะ?

การไดเอทโดยชีสนั้น ไม่ใช่การทานชีสเข้าไปเยอะๆแล้วจะไดเอทได้ อันนี้ผิดนะจ๊ะ แต่เราต้องกำหนดให้ในแต่ละมื้ออาหารนั้นมีชีสเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และอย่าเข้าใจผิดว่าต้องทานแค่ชีสอย่างเดียวล่ะ เวลาที่เราทานอาหารคลีน หรืออาหารไดเอท บางครั้งเราจะรู้สึกไม่อิ่มเอาเสียเลยและหิวอยู่เสมอใช่ไหมคะ นี่แหละถึงเวลาที่พระเอกอย่างชีสจะออกโรงแล้ว เพราะว่าการทานชีสจะทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ง่าย จะช่วยให้เราไม่ไปกินของจุกจิกอย่างอื่นอีก และนอกจากนั้นชีสยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกด้วยนะ แถมมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกอีกด้วย การกินชีสหลายๆชนิด หลายๆแบบก็สนุกดีนะ

ผลลัพธ์ของการไดเอทโดยชีส

แม้ว่าชีสจะประกอบไปด้วยแคลอรี่จำนวนมาก แต่ก็มีคุณค่าทางสารอาหารมากเหมือนกัน ส่วนประกอบในชีสก็คือโปรตีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง วิตามินเอที่อยู่ในชีสมีสารช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิว และบำรุงสายตา วิตามินบีก็จะช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย และนอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินอื่นๆ โซเดียม โพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในการเพิ่มพลังงาน ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นและเหนื่อยช้าลงอีกด้วย
ในช่วงไดเอท มีความเป็นไปได้ที่แคลอรี่ในร่างกายจะลดลงอย่างฉับพลัน อาจเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากน้ำหนักตัวจะลดลง ผิวยังเสื่อมสภาพและกล้ามเนื้อก็หดหายไปพร้อมๆกันอีกด้วย การผอมแบบสุขภาพไม่ดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย จริงไหมคะ
ดังนั้นการรับประทานชีสที่มีส่วนผสมของโปรตีนซึ่งมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้เราบาลานซ์สารอาหารในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

วิธีการไดเอทโดยชีส

โดยปกติให้รับประทานชีส 1-2 ครั้งต่อวันกับอาหารมื้อหลัก จะทานชีสเปล่าๆหรือผสมกับกับอาหารก็ได้ และต้องทานไม่เกิน 80% ของกระเพาะด้วยระ เพราะถ้าทานมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนแน่นอนล่ะค่ะ อีกอย่างก็คือ หากรับประทานชีสแล้วก็ห้ามเพิ่มปริมาณอาหารด้วยนะ ถึงแม้ว่าชีสจะมีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ในชีสไม่ค่อยมีไฟเบอร์ ดังนั้นให้เลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์เช่นผักผลไม้ควบคู่กับชีสเสมอๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานชีสนั้น อยากให้ลองผสมชีสในโยเกิร์ตทานกับกล้วยดู ก็จะได้อาหารคลีนอร่อยๆมาอีกหนึ่งมื้อเลยละค่ะ

ขนตาแห้งกรอบจากแสง UV

eyelash

หลายคนอาจทราบเพียงว่า ผิวของเรานั้นสามารถถูกแสงอาทิตย์ไหม้ได้ แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าขนตาของเราก็โดนแสง UV ทำลายได้เหมือนกัน แสง UV จะไปทำลายสาร Q-10 ที่อยู่ในขนตา ทำให้ขนตาขาดความยืดหยุ่น แห้งกรอบและหลุดร่วงไปในที่สุด

พฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อขนตา

ปกติแล้วเวลาเราแต่งหน้าเราก็ต้องดัดขนตาและปัดมาสคาร่า ซึ่งการใช้ที่ดัดขนตาหนีบขนตาก็เป็นการทำร้ายขนตาของเราอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่จริงแล้วหากเราดัดขนตาอย่างถูกวิธี ก็จะไม่ทำอันตรายต่อขนตาของเรามากนัก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและคนมักไม่รู้ก็คือยางของที่ดัดขนตานี่เอง หากเราไม่เปลี่ยนยางที่ดัดขนตานานๆ ยางจะเสื่อมสภาพและกินขนตาเราในที่สุด นอกจากนั้นยังการล้างมาสคาร่าออกจากขนตาไม่สะอาดก็ทำให้ขนตาของเราสุขภาพไม่ดีเช่นกัน

แล้วเราจะปกป้องขนตาจากรังสี UV อย่างไร

เราสามารถปกป้องขนตาของเราได้ โดยการทาเอสเซ้นบำรุงขนตา หรือใส่แว่นกันแดด เมื่อเจอแดดแรงๆ จะเป็นการปกป้องดวงตาไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นการต่อขนตาก็สามารถปกป้องขนตาจากรังสี UV ได้ในส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากดูแลรักษาขนตาที่ต่อไม่ดี ก็จะทำให้ขนตาจริงเสียหายได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขเมื่อคิ้วบางลง!

mayuge

ทำไมคิ้วถึงบางลง?

ในบางคนอาจมีปัญหาคิ้วบางลง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนคิ้วบางเลย ปัญหาคิ้วบางนั้นมีได้หลายสาเหตุดังนี้

1. ถอนคิ้วบ่อยเกินไป
2. ทำความสะอาดไม่หมด
3. สารอาหารไปเลี้ยงเส้นขนไม่เพียงพอ

ถ้าหากปัญหาของคิ้วบางมาจาก 3 สาเหตุนี้ เราก็สามารถแก้ไขโดยวิธีธรรมชาติได้

อย่าถอนโคนขน

รู้หรือไม่ว่าการถอนขนคิ้วนั้นจะทำให้ขนคิ้วเส้นใหม่เจริญเติบโตยากขึ้น วงจรชีวิตของเส้นขนจะสั้นลง และงอกขึ้นมาช้า เมื่อเราถอนขนที่เดิมซ้ำๆสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติว่าห้ามให้ขนงอกขึ้นมาจากบริเวณนี้อีก โดยการถอนขนคิ้วนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นทั่วทั้งบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้คิ้วของเราบางลง หากต้องกันคิ้วจริงๆ แนะนำให้ใช่วิธีโกน จะได้ไม่เป็นการกระตุ้นและไม่ทำให้รากขนเสียหาย

ใช้คลีนซิ่งให้ถูกต้อง

การกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นขน ทั้งสีเขียนคิ้วหรือมาสคาร่าที่เราแต่งแต้มในระหว่างวัน ต้องล้างให้สะอาดหมดจด วิธีง่ายๆโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน หลังจากนั้นล้างหน้าตามปกติ จะทำให้ล้างหน้าได้สะอาดมากยิ่งขึ้น

ทานอาหารให้เพียงพอ

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นขนและเส้นผมของเรามีทั้งหมด 6 ชนิด ชนิดแรกคือ “เหล็ก”​ ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของเราดีขึ้น ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขน เหล็กมีมากในนม เนื้อสัตว์ ผักปวยเล้ง อโวคาโด และอื่นๆ ต่อมา พยายามเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีผลช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะมีมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ถั่วแมคคาเดเมีย ลูกนัต เป็นต้น นอกจากนั้นวิตามิน E ที่มีมากในงาหรือฟักทองก็มีประโยชน์ในการบำรุงเส้นขน และโปรตีนก็เป็นสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยังมีสังกะสีที่พบมากในอาหารจำพวกหอย นม ก็มีประโยชน์ต่อเส้นขนมากๆเช่นกัน และตัวสุดท้ายที่แนะนำให้รับประทานด้วยก็คือ อาหารที่มีกรดโฟลิคเป็นส่วนประกอบ

ความมหัศจรรย์ของเครื่องเทศ! ช่วยคืนความสาวให้กับคุณ

herbs

“ภายในร่างกายมนุษย์เรา มีการกระตุ้นของปฏิกิริยาเคมีที่เกิดจากการรวมตัวของออกซิเจนกับสารอื่น ซึ่งเราเรียกว่า “ออกซิเดชัน” ซึ่งเมื่อเกิดออกซิเดชันบ่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวพรรณของคุณเหี่ยวและดูชราลง ซึ่งเครื่องเทศหลายชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงสามารถหยุดการกระตุ้นและยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันได้ นอกจากนี้เครื่องเทศชนิดต่างๆ มีส่วนช่วยในการย่อยสลายเซลล์ผิวหนังที่สายแล้ว และสร้างเซลล์ผิวหนังตัวใหม่ขึ้นมาทนแทนได้ และเมื่อมีการย่อยสลาย ร่างกายก็จะผอมลงไปด้วยนั่นเอง วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องเทศที่ช่วยคืนความสาวให้กับคุณ เครื่องเทศที่ช่วยชะลอความแก่ชรา พริก ถือเป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่เราสามารถคาดหวังเรื่องการบำรุงความงามได้ ซึ่งพริกจะเข้าไปเร่งระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง เซลล์ใหม่ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พริกมีส่วนผสมของ “แคปเซอิซิน” ซึ่งมีหน้าที่ในการชะลอความแก่นั่นเอง อบเชย เมื่อคนเราอายุมากขึ้นเส้นเลือดฝอยก็จะเปราะบางและแตกได้ง่าย อบเชยช่วยบำรุงเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง ซึ่งเมื่อเส้นเลือดฝอยมีความแข็งแรงแล้ว ธาตุอาหารที่สำคัญต่างๆ และก๊าซออกซิเจน จะสามารถส่งไปทั่วทั้งร่างกาย มีการบำรุงเซลล์ในร่างกายอย่างทั่วถึง จึงทำให้ร่างกายของคุณกลับมาสาวอีกครั้ง ขิง มีประสิทธิภาพช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและชะลอความแก่ได้ เมื่อทานขิงเข้าไปจะเข้าไปกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้ทำงานอย่างรวดเร็ว มีการเผาผลาญเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและสร้างเซลล์ตัวใหม่ขึ้นมาทดแทน ข้อควรระวังก็คือไม่ควรทานขิงมากจนเกินไป ซึ่งภายใน 1 วัน ควรทานขิงไม่เกิน 10 กรัม ขมิ้น มีช่วยผสมของสาร “เคอร์คูมิน” ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระผสมอยู่มาก ช่วยฟื้นฟูเซลล?ผิวหนังที่ถูกทำร้ายให้กลับมาสวยเนียนเหมือนเดิม การนำขมิ้นไปผสมกับโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาได้มากขึ้น ข้อควรระวังก็คือไม่ควรทานขมิ้นมากจนเกินไป ควรทานวันละ 1.5 – 3 กรับ จะเป็นปริมาณที่กำลังพอเหมาะที่สุด”