ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ มาปีนเขาชมใบไม้แดงที่ญี่ปุ่นกันเถอะ !

japan autumn

อีกไม่กี่เดือนประเทศญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้วนะคะ กิจกรรมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทำมากๆในช่วงนี้ก็คือการปีนและชมใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ ว่ากันว่าฤดูใบไม้ร่วงเนี่ย เป็นช่วงที่ดีที่สุดของการปีนเขาเลยนะคะ นอกจากจะได้ดูใบไม้แดงสวยๆในช่วงที่อากาศดีมากๆ ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่ร้อนและก็ไม่หนาวจนเกินไป ยังเป็นการออกกำลังกายและลดความอ้วนที่ดีมากๆอีกวิธีหนึ่งด้วยล่ะค่ะ แต่สำหรับมือใหม่หัดปีนเขาอย่างคนไทยเรา ที่ก็ไม่ค่อยจะมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสักเท่าไหร่ ก็อาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปปีนเขา ต้องซื้ออุปกรณ์ ต้องซื้อรองเท้าซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงจริงไหมคะ งั้นลองเปลี่ยนจากปีนเขามาเป็น “เดินเขา หรือ hiking” กันเถอะค่ะ รับรองว่าสนุกไม่แพ้การไปปีนเขาเลยล่ะค่า

ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างในการเดินเขา

อย่างแรกเลยคือ เส้นทางการเดินเขาในญี่ปุ่นนั้นมีหลายเส้นทางมาก ศึกษากันให้ดีๆนะคะ มีทั้งเส้นทางที่ไม่ชันมาก เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น และเส้นทางที่ชัน เดินยากค่ะ ดังนั้นประเมินสภาพร่างกายของตัวเองให้ดี จะได้เดินเขาอย่างสนุกนะคะ

สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่มี 4 ฤดูนั้น ฤดูเดินเขาที่ฮอตฮิตก็คือฤดูใบไม้ร่วง สำหรับชมใบไม้สีแดง และฤดูใบไม้ผลิ สำหรับชมซากุระค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนค่ะ ส่วนใบไม้ผลิจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเมษายน ช่วงสงกรานต์บางปีนี่ซากุระบานสวยเชียวค่ะ

มาเตรียมอุปกณ์ไปเดินเขากัน!

แบกเป้ไป 1 ใบ!

กระเป๋าเป้เหมาะสมกับการไปปีนเขาเป็นที่สุด เพราะถ้าหากมีอุบัติเหตุขึ้นมา สองมือที่ว่างๆของเราจะได้ช่วยเราได้ยังไงล่ะ!

รองเท้าผ้าใบสำหรับเดิน

ถ้ารูทที่เราไปเดินนั้นไม่โหดมาก รองเท้าผ้าใบธรรมดาก็ใช้แทนกันได้อยู่ แต่เวลาเดินนานๆจะทำให้เท้าเราล้าและลื่นได้ง่ายค่ะ ดังนั้นควรสวมรองเท้าสำหรับเดินโดยเฉพาะจะปลอดภัยมากกว่าค่ะ

อุปกรณ์กันฝน

อากาศบนภูเขานั้นแปรปรวนยิ่งกว่าหัวใจคนอีกค่ะ ตอนเริ่มๆเดินท้องฟ้าสดใส แค่พริบตาอากาศก็เปลี่ยน ฝนเทลงมาเหมือนผู้ชายเทก็มีค่ะ! ดังนั้นอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันฝนติดตัวไปด้วย จะได้ไม่เปียกทั้งตัวและหัวใจนะคะ

เสื้อผ้า

ร้อนเหงื่อออกเสื้อก็เปียก หนาวก็ต้องใส่เสื้อหนาๆ ดังนั้นมีเสื้อสำรองติดไว้ดีที่สุดนะคะ แนะนำให้ใส่เสื้อยืดไว้ข้างในและใส่เสื้อคลุมกีฬาทับค่ะ (Fleece) และอย่าลืมเผื่อเสื้อผ้าสำรองไว้ด้วยนะคะ

เสื้อกันลม

เคยเห็นเสื้อกันลมที่เป็นพองๆเหมือนตัวมาสคอตยางมิชลินหรือเปล่าคะ เจ้าเสื้อตัวนี้ก็สำคัญค่ะ เพราะทั้งกันหนาวได้ แถมถ้าฝนตกก็ดัดแปลงเป็นเสื้อกันฝนได้อีกด้วยแน่ะ
ข้อควรระวังในการไปเดินเขา

เนื่องจากอาจจะมีพายุและฝนฤดูใบไม้ร่วงในบางวัน ดังนั้นควรเช็คพยากรณ์อากาศให้ดีนะคะ แล้วก็ควรฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพราะการเดินขึ้นเขานั้นเหนื่อยเอาเรื่องเลยล่ะค่ะ เรื่องรองเท้าก็สำคัญนะคะ ถ้าใส่รองเท้าแตะหรือส้นสูงไปนี่ไม่รอดแน่ๆค่ะ เท้าระบมกันเลยทีเดียวเพราะเดินเยอะมากกก ยิ่งกว่าชอปปิ้ง outlet อีกนะคะ

มาดูสถานที่เดินเขาสำหรับมือใหม่กันดีกว่าค่ะ

ฮอกไกโด

ภูเขา Eniwa
http://www.city.eniwa.hokkaido.jp/www/contents/1365653405787/index.html

ที่นี่พิเศษตรงที่ว่าเราจะได้เจอกับน้ำตก 3 แห่ง เมื่อเดินไปประมาณ 30 นาทีค่ะ ได้เดินเลียบลำธารและชมใบไม้แดงไปด้วย สวยงามอย่าบอกใครเลยค่ะ

คันโต

Kamakura Alps
http://www.travel-basket.com/kanagawa/ka1004/post-6712/

ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยค่ะ สำหรับคนที่มาเที่ยวโตเกียว เพราะคามาคุระนั้นอยู่ใกล้โตเกียวนิดเดียว นั่งรถไฟไปแค่สองชั่วโมงเองค่ะ ที่สำคัญวันไหนที่อากาศดี๊ดีสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยนะคะ

คันไซ

Osaka fumin mori
出典:http://osaka-midori.jp/mori/index.html
สำหรับสาวๆคันไซก็ที่นี่เลยค่ะ Osaka fumin mori สะดวกสบายเพราะอยู่ในโอซาก้านี่เอง ความพิเศษก็คือที่นี่มีสวนที่อุดมไปด้วยธรรมชาติมากๆตั้ง 9 สวนให้เราได้ชม ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินกับที่นี่ได้แน่นอนค่ะ

ใครที่มีแพลนอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้แดง ลองเพิ่มแพลน Hiking เข้าไปด้วยสิคะ นอกจากจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆในการชมใบไม้แดงแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการออกกำลัง ฟิตร่างกายไปในตัวด้วยนะคะ

ถึงชีสจะแคลอรี่สูง แต่รู้ไหมว่าชีสก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

cheese

การไดเอทโดยชีส ทำยังไงนะ?

การไดเอทโดยชีสนั้น ไม่ใช่การทานชีสเข้าไปเยอะๆแล้วจะไดเอทได้ อันนี้ผิดนะจ๊ะ แต่เราต้องกำหนดให้ในแต่ละมื้ออาหารนั้นมีชีสเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และอย่าเข้าใจผิดว่าต้องทานแค่ชีสอย่างเดียวล่ะ เวลาที่เราทานอาหารคลีน หรืออาหารไดเอท บางครั้งเราจะรู้สึกไม่อิ่มเอาเสียเลยและหิวอยู่เสมอใช่ไหมคะ นี่แหละถึงเวลาที่พระเอกอย่างชีสจะออกโรงแล้ว เพราะว่าการทานชีสจะทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ง่าย จะช่วยให้เราไม่ไปกินของจุกจิกอย่างอื่นอีก และนอกจากนั้นชีสยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกด้วยนะ แถมมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกอีกด้วย การกินชีสหลายๆชนิด หลายๆแบบก็สนุกดีนะ

ผลลัพธ์ของการไดเอทโดยชีส

แม้ว่าชีสจะประกอบไปด้วยแคลอรี่จำนวนมาก แต่ก็มีคุณค่าทางสารอาหารมากเหมือนกัน ส่วนประกอบในชีสก็คือโปรตีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง วิตามินเอที่อยู่ในชีสมีสารช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิว และบำรุงสายตา วิตามินบีก็จะช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย และนอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินอื่นๆ โซเดียม โพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในการเพิ่มพลังงาน ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นและเหนื่อยช้าลงอีกด้วย
ในช่วงไดเอท มีความเป็นไปได้ที่แคลอรี่ในร่างกายจะลดลงอย่างฉับพลัน อาจเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากน้ำหนักตัวจะลดลง ผิวยังเสื่อมสภาพและกล้ามเนื้อก็หดหายไปพร้อมๆกันอีกด้วย การผอมแบบสุขภาพไม่ดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย จริงไหมคะ
ดังนั้นการรับประทานชีสที่มีส่วนผสมของโปรตีนซึ่งมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้เราบาลานซ์สารอาหารในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

วิธีการไดเอทโดยชีส

โดยปกติให้รับประทานชีส 1-2 ครั้งต่อวันกับอาหารมื้อหลัก จะทานชีสเปล่าๆหรือผสมกับกับอาหารก็ได้ และต้องทานไม่เกิน 80% ของกระเพาะด้วยระ เพราะถ้าทานมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนแน่นอนล่ะค่ะ อีกอย่างก็คือ หากรับประทานชีสแล้วก็ห้ามเพิ่มปริมาณอาหารด้วยนะ ถึงแม้ว่าชีสจะมีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ในชีสไม่ค่อยมีไฟเบอร์ ดังนั้นให้เลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์เช่นผักผลไม้ควบคู่กับชีสเสมอๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานชีสนั้น อยากให้ลองผสมชีสในโยเกิร์ตทานกับกล้วยดู ก็จะได้อาหารคลีนอร่อยๆมาอีกหนึ่งมื้อเลยละค่ะ

ขนตาแห้งกรอบจากแสง UV

eyelash

หลายคนอาจทราบเพียงว่า ผิวของเรานั้นสามารถถูกแสงอาทิตย์ไหม้ได้ แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าขนตาของเราก็โดนแสง UV ทำลายได้เหมือนกัน แสง UV จะไปทำลายสาร Q-10 ที่อยู่ในขนตา ทำให้ขนตาขาดความยืดหยุ่น แห้งกรอบและหลุดร่วงไปในที่สุด

พฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อขนตา

ปกติแล้วเวลาเราแต่งหน้าเราก็ต้องดัดขนตาและปัดมาสคาร่า ซึ่งการใช้ที่ดัดขนตาหนีบขนตาก็เป็นการทำร้ายขนตาของเราอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่จริงแล้วหากเราดัดขนตาอย่างถูกวิธี ก็จะไม่ทำอันตรายต่อขนตาของเรามากนัก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและคนมักไม่รู้ก็คือยางของที่ดัดขนตานี่เอง หากเราไม่เปลี่ยนยางที่ดัดขนตานานๆ ยางจะเสื่อมสภาพและกินขนตาเราในที่สุด นอกจากนั้นยังการล้างมาสคาร่าออกจากขนตาไม่สะอาดก็ทำให้ขนตาของเราสุขภาพไม่ดีเช่นกัน

แล้วเราจะปกป้องขนตาจากรังสี UV อย่างไร

เราสามารถปกป้องขนตาของเราได้ โดยการทาเอสเซ้นบำรุงขนตา หรือใส่แว่นกันแดด เมื่อเจอแดดแรงๆ จะเป็นการปกป้องดวงตาไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นการต่อขนตาก็สามารถปกป้องขนตาจากรังสี UV ได้ในส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากดูแลรักษาขนตาที่ต่อไม่ดี ก็จะทำให้ขนตาจริงเสียหายได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขเมื่อคิ้วบางลง!

mayuge

ทำไมคิ้วถึงบางลง?

ในบางคนอาจมีปัญหาคิ้วบางลง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนคิ้วบางเลย ปัญหาคิ้วบางนั้นมีได้หลายสาเหตุดังนี้

1. ถอนคิ้วบ่อยเกินไป
2. ทำความสะอาดไม่หมด
3. สารอาหารไปเลี้ยงเส้นขนไม่เพียงพอ

ถ้าหากปัญหาของคิ้วบางมาจาก 3 สาเหตุนี้ เราก็สามารถแก้ไขโดยวิธีธรรมชาติได้

อย่าถอนโคนขน

รู้หรือไม่ว่าการถอนขนคิ้วนั้นจะทำให้ขนคิ้วเส้นใหม่เจริญเติบโตยากขึ้น วงจรชีวิตของเส้นขนจะสั้นลง และงอกขึ้นมาช้า เมื่อเราถอนขนที่เดิมซ้ำๆสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติว่าห้ามให้ขนงอกขึ้นมาจากบริเวณนี้อีก โดยการถอนขนคิ้วนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นทั่วทั้งบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้คิ้วของเราบางลง หากต้องกันคิ้วจริงๆ แนะนำให้ใช่วิธีโกน จะได้ไม่เป็นการกระตุ้นและไม่ทำให้รากขนเสียหาย

ใช้คลีนซิ่งให้ถูกต้อง

การกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นขน ทั้งสีเขียนคิ้วหรือมาสคาร่าที่เราแต่งแต้มในระหว่างวัน ต้องล้างให้สะอาดหมดจด วิธีง่ายๆโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน หลังจากนั้นล้างหน้าตามปกติ จะทำให้ล้างหน้าได้สะอาดมากยิ่งขึ้น

ทานอาหารให้เพียงพอ

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นขนและเส้นผมของเรามีทั้งหมด 6 ชนิด ชนิดแรกคือ “เหล็ก”​ ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของเราดีขึ้น ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขน เหล็กมีมากในนม เนื้อสัตว์ ผักปวยเล้ง อโวคาโด และอื่นๆ ต่อมา พยายามเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีผลช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะมีมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ถั่วแมคคาเดเมีย ลูกนัต เป็นต้น นอกจากนั้นวิตามิน E ที่มีมากในงาหรือฟักทองก็มีประโยชน์ในการบำรุงเส้นขน และโปรตีนก็เป็นสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยังมีสังกะสีที่พบมากในอาหารจำพวกหอย นม ก็มีประโยชน์ต่อเส้นขนมากๆเช่นกัน และตัวสุดท้ายที่แนะนำให้รับประทานด้วยก็คือ อาหารที่มีกรดโฟลิคเป็นส่วนประกอบ

ฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ มาปีนเขาชมใบไม้แดงที่ญี่ปุ่นกันเถอะ !

japan autumn

อีกไม่กี่เดือนประเทศญี่ปุ่นก็จะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้วนะคะ กิจกรรมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทำมากๆในช่วงนี้ก็คือการปีนและชมใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ ว่ากันว่าฤดูใบไม้ร่วงเนี่ย เป็นช่วงที่ดีที่สุดของการปีนเขาเลยนะคะ นอกจากจะได้ดูใบไม้แดงสวยๆในช่วงที่อากาศดีมากๆ ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่ร้อนและก็ไม่หนาวจนเกินไป ยังเป็นการออกกำลังกายและลดความอ้วนที่ดีมากๆอีกวิธีหนึ่งด้วยล่ะค่ะ แต่สำหรับมือใหม่หัดปีนเขาอย่างคนไทยเรา ที่ก็ไม่ค่อยจะมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสักเท่าไหร่ ก็อาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปปีนเขา ต้องซื้ออุปกรณ์ ต้องซื้อรองเท้าซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงจริงไหมคะ งั้นลองเปลี่ยนจากปีนเขามาเป็น “เดินเขา หรือ hiking” กันเถอะค่ะ รับรองว่าสนุกไม่แพ้การไปปีนเขาเลยล่ะค่า

ต้องเตรียมตัวอะไรบ้างในการเดินเขา

อย่างแรกเลยคือ เส้นทางการเดินเขาในญี่ปุ่นนั้นมีหลายเส้นทางมาก ศึกษากันให้ดีๆนะคะ มีทั้งเส้นทางที่ไม่ชันมาก เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น และเส้นทางที่ชัน เดินยากค่ะ ดังนั้นประเมินสภาพร่างกายของตัวเองให้ดี จะได้เดินเขาอย่างสนุกนะคะ

สำหรับประเทศญี่ปุ่นที่มี 4 ฤดูนั้น ฤดูเดินเขาที่ฮอตฮิตก็คือฤดูใบไม้ร่วง สำหรับชมใบไม้สีแดง และฤดูใบไม้ผลิ สำหรับชมซากุระค่ะ

ฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนค่ะ ส่วนใบไม้ผลิจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเมษายน ช่วงสงกรานต์บางปีนี่ซากุระบานสวยเชียวค่ะ

มาเตรียมอุปกณ์ไปเดินเขากัน!

แบกเป้ไป 1 ใบ!

กระเป๋าเป้เหมาะสมกับการไปปีนเขาเป็นที่สุด เพราะถ้าหากมีอุบัติเหตุขึ้นมา สองมือที่ว่างๆของเราจะได้ช่วยเราได้ยังไงล่ะ!

รองเท้าผ้าใบสำหรับเดิน

ถ้ารูทที่เราไปเดินนั้นไม่โหดมาก รองเท้าผ้าใบธรรมดาก็ใช้แทนกันได้อยู่ แต่เวลาเดินนานๆจะทำให้เท้าเราล้าและลื่นได้ง่ายค่ะ ดังนั้นควรสวมรองเท้าสำหรับเดินโดยเฉพาะจะปลอดภัยมากกว่าค่ะ

อุปกรณ์กันฝน

อากาศบนภูเขานั้นแปรปรวนยิ่งกว่าหัวใจคนอีกค่ะ ตอนเริ่มๆเดินท้องฟ้าสดใส แค่พริบตาอากาศก็เปลี่ยน ฝนเทลงมาเหมือนผู้ชายเทก็มีค่ะ! ดังนั้นอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์กันฝนติดตัวไปด้วย จะได้ไม่เปียกทั้งตัวและหัวใจนะคะ

เสื้อผ้า

ร้อนเหงื่อออกเสื้อก็เปียก หนาวก็ต้องใส่เสื้อหนาๆ ดังนั้นมีเสื้อสำรองติดไว้ดีที่สุดนะคะ แนะนำให้ใส่เสื้อยืดไว้ข้างในและใส่เสื้อคลุมกีฬาทับค่ะ (Fleece) และอย่าลืมเผื่อเสื้อผ้าสำรองไว้ด้วยนะคะ

เสื้อกันลม

เคยเห็นเสื้อกันลมที่เป็นพองๆเหมือนตัวมาสคอตยางมิชลินหรือเปล่าคะ เจ้าเสื้อตัวนี้ก็สำคัญค่ะ เพราะทั้งกันหนาวได้ แถมถ้าฝนตกก็ดัดแปลงเป็นเสื้อกันฝนได้อีกด้วยแน่ะ
ข้อควรระวังในการไปเดินเขา

เนื่องจากอาจจะมีพายุและฝนฤดูใบไม้ร่วงในบางวัน ดังนั้นควรเช็คพยากรณ์อากาศให้ดีนะคะ แล้วก็ควรฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพราะการเดินขึ้นเขานั้นเหนื่อยเอาเรื่องเลยล่ะค่ะ เรื่องรองเท้าก็สำคัญนะคะ ถ้าใส่รองเท้าแตะหรือส้นสูงไปนี่ไม่รอดแน่ๆค่ะ เท้าระบมกันเลยทีเดียวเพราะเดินเยอะมากกก ยิ่งกว่าชอปปิ้ง outlet อีกนะคะ

มาดูสถานที่เดินเขาสำหรับมือใหม่กันดีกว่าค่ะ

ฮอกไกโด

ภูเขา Eniwa
http://www.city.eniwa.hokkaido.jp/www/contents/1365653405787/index.html

ที่นี่พิเศษตรงที่ว่าเราจะได้เจอกับน้ำตก 3 แห่ง เมื่อเดินไปประมาณ 30 นาทีค่ะ ได้เดินเลียบลำธารและชมใบไม้แดงไปด้วย สวยงามอย่าบอกใครเลยค่ะ

คันโต

Kamakura Alps
http://www.travel-basket.com/kanagawa/ka1004/post-6712/

ที่นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยค่ะ สำหรับคนที่มาเที่ยวโตเกียว เพราะคามาคุระนั้นอยู่ใกล้โตเกียวนิดเดียว นั่งรถไฟไปแค่สองชั่วโมงเองค่ะ ที่สำคัญวันไหนที่อากาศดี๊ดีสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยนะคะ

คันไซ

Osaka fumin mori
出典:http://osaka-midori.jp/mori/index.html
สำหรับสาวๆคันไซก็ที่นี่เลยค่ะ Osaka fumin mori สะดวกสบายเพราะอยู่ในโอซาก้านี่เอง ความพิเศษก็คือที่นี่มีสวนที่อุดมไปด้วยธรรมชาติมากๆตั้ง 9 สวนให้เราได้ชม ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถเพลิดเพลินกับที่นี่ได้แน่นอนค่ะ

ใครที่มีแพลนอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้แดง ลองเพิ่มแพลน Hiking เข้าไปด้วยสิคะ นอกจากจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆในการชมใบไม้แดงแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการออกกำลัง ฟิตร่างกายไปในตัวด้วยนะคะ

ถึงชีสจะแคลอรี่สูง แต่รู้ไหมว่าชีสก็ช่วยลดน้ำหนักได้นะ

cheese

การไดเอทโดยชีส ทำยังไงนะ?

การไดเอทโดยชีสนั้น ไม่ใช่การทานชีสเข้าไปเยอะๆแล้วจะไดเอทได้ อันนี้ผิดนะจ๊ะ แต่เราต้องกำหนดให้ในแต่ละมื้ออาหารนั้นมีชีสเป็นส่วนประกอบพื้นฐาน และอย่าเข้าใจผิดว่าต้องทานแค่ชีสอย่างเดียวล่ะ เวลาที่เราทานอาหารคลีน หรืออาหารไดเอท บางครั้งเราจะรู้สึกไม่อิ่มเอาเสียเลยและหิวอยู่เสมอใช่ไหมคะ นี่แหละถึงเวลาที่พระเอกอย่างชีสจะออกโรงแล้ว เพราะว่าการทานชีสจะทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ง่าย จะช่วยให้เราไม่ไปกินของจุกจิกอย่างอื่นอีก และนอกจากนั้นชีสยังมีคุณค่าทางโภชนาการมากอีกด้วยนะ แถมมีหลายแบบหลายชนิดให้เลือกอีกด้วย การกินชีสหลายๆชนิด หลายๆแบบก็สนุกดีนะ

ผลลัพธ์ของการไดเอทโดยชีส

แม้ว่าชีสจะประกอบไปด้วยแคลอรี่จำนวนมาก แต่ก็มีคุณค่าทางสารอาหารมากเหมือนกัน ส่วนประกอบในชีสก็คือโปรตีน ซึ่งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง วิตามินเอที่อยู่ในชีสมีสารช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของผิว และบำรุงสายตา วิตามินบีก็จะช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย และนอกจากนั้นก็ยังมีวิตามินอื่นๆ โซเดียม โพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายในการเพิ่มพลังงาน ทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นและเหนื่อยช้าลงอีกด้วย
ในช่วงไดเอท มีความเป็นไปได้ที่แคลอรี่ในร่างกายจะลดลงอย่างฉับพลัน อาจเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากน้ำหนักตัวจะลดลง ผิวยังเสื่อมสภาพและกล้ามเนื้อก็หดหายไปพร้อมๆกันอีกด้วย การผอมแบบสุขภาพไม่ดีแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย จริงไหมคะ
ดังนั้นการรับประทานชีสที่มีส่วนผสมของโปรตีนซึ่งมีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จะทำให้เราบาลานซ์สารอาหารในร่างกายได้อย่างดีทีเดียวค่ะ

วิธีการไดเอทโดยชีส

โดยปกติให้รับประทานชีส 1-2 ครั้งต่อวันกับอาหารมื้อหลัก จะทานชีสเปล่าๆหรือผสมกับกับอาหารก็ได้ และต้องทานไม่เกิน 80% ของกระเพาะด้วยระ เพราะถ้าทานมากเกินไปก็จะทำให้อ้วนแน่นอนล่ะค่ะ อีกอย่างก็คือ หากรับประทานชีสแล้วก็ห้ามเพิ่มปริมาณอาหารด้วยนะ ถึงแม้ว่าชีสจะมีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ในชีสไม่ค่อยมีไฟเบอร์ ดังนั้นให้เลือกทานอาหารที่มีไฟเบอร์เช่นผักผลไม้ควบคู่กับชีสเสมอๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบทานชีสนั้น อยากให้ลองผสมชีสในโยเกิร์ตทานกับกล้วยดู ก็จะได้อาหารคลีนอร่อยๆมาอีกหนึ่งมื้อเลยละค่ะ

ขนตาแห้งกรอบจากแสง UV

eyelash

หลายคนอาจทราบเพียงว่า ผิวของเรานั้นสามารถถูกแสงอาทิตย์ไหม้ได้ แต่น้อยคนนักที่จะทราบว่าขนตาของเราก็โดนแสง UV ทำลายได้เหมือนกัน แสง UV จะไปทำลายสาร Q-10 ที่อยู่ในขนตา ทำให้ขนตาขาดความยืดหยุ่น แห้งกรอบและหลุดร่วงไปในที่สุด

พฤติกรรมที่เป็นผลเสียต่อขนตา

ปกติแล้วเวลาเราแต่งหน้าเราก็ต้องดัดขนตาและปัดมาสคาร่า ซึ่งการใช้ที่ดัดขนตาหนีบขนตาก็เป็นการทำร้ายขนตาของเราอีกรูปแบบหนึ่ง โดยที่จริงแล้วหากเราดัดขนตาอย่างถูกวิธี ก็จะไม่ทำอันตรายต่อขนตาของเรามากนัก แต่สิ่งที่เป็นปัญหาและคนมักไม่รู้ก็คือยางของที่ดัดขนตานี่เอง หากเราไม่เปลี่ยนยางที่ดัดขนตานานๆ ยางจะเสื่อมสภาพและกินขนตาเราในที่สุด นอกจากนั้นยังการล้างมาสคาร่าออกจากขนตาไม่สะอาดก็ทำให้ขนตาของเราสุขภาพไม่ดีเช่นกัน

แล้วเราจะปกป้องขนตาจากรังสี UV อย่างไร

เราสามารถปกป้องขนตาของเราได้ โดยการทาเอสเซ้นบำรุงขนตา หรือใส่แว่นกันแดด เมื่อเจอแดดแรงๆ จะเป็นการปกป้องดวงตาไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นการต่อขนตาก็สามารถปกป้องขนตาจากรังสี UV ได้ในส่วนหนึ่ง แต่ถ้าหากดูแลรักษาขนตาที่ต่อไม่ดี ก็จะทำให้ขนตาจริงเสียหายได้เช่นกัน

วิธีแก้ไขเมื่อคิ้วบางลง!

mayuge

ทำไมคิ้วถึงบางลง?

ในบางคนอาจมีปัญหาคิ้วบางลง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ใช่คนคิ้วบางเลย ปัญหาคิ้วบางนั้นมีได้หลายสาเหตุดังนี้

1. ถอนคิ้วบ่อยเกินไป
2. ทำความสะอาดไม่หมด
3. สารอาหารไปเลี้ยงเส้นขนไม่เพียงพอ

ถ้าหากปัญหาของคิ้วบางมาจาก 3 สาเหตุนี้ เราก็สามารถแก้ไขโดยวิธีธรรมชาติได้

อย่าถอนโคนขน

รู้หรือไม่ว่าการถอนขนคิ้วนั้นจะทำให้ขนคิ้วเส้นใหม่เจริญเติบโตยากขึ้น วงจรชีวิตของเส้นขนจะสั้นลง และงอกขึ้นมาช้า เมื่อเราถอนขนที่เดิมซ้ำๆสมองจะสั่งการโดยอัตโนมัติว่าห้ามให้ขนงอกขึ้นมาจากบริเวณนี้อีก โดยการถอนขนคิ้วนั้นจะเป็นการไปกระตุ้นทั่วทั้งบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้คิ้วของเราบางลง หากต้องกันคิ้วจริงๆ แนะนำให้ใช่วิธีโกน จะได้ไม่เป็นการกระตุ้นและไม่ทำให้รากขนเสียหาย

ใช้คลีนซิ่งให้ถูกต้อง

การกำจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเส้นขน ทั้งสีเขียนคิ้วหรือมาสคาร่าที่เราแต่งแต้มในระหว่างวัน ต้องล้างให้สะอาดหมดจด วิธีง่ายๆโดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเพื่อเปิดรูขุมขนก่อน หลังจากนั้นล้างหน้าตามปกติ จะทำให้ล้างหน้าได้สะอาดมากยิ่งขึ้น

ทานอาหารให้เพียงพอ

ธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับเส้นขนและเส้นผมของเรามีทั้งหมด 6 ชนิด ชนิดแรกคือ “เหล็ก”​ ซึ่งจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของเราดีขึ้น ป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขน เหล็กมีมากในนม เนื้อสัตว์ ผักปวยเล้ง อโวคาโด และอื่นๆ ต่อมา พยายามเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีผลช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวนั้นจะมีมากในน้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ถั่วแมคคาเดเมีย ลูกนัต เป็นต้น นอกจากนั้นวิตามิน E ที่มีมากในงาหรือฟักทองก็มีประโยชน์ในการบำรุงเส้นขน และโปรตีนก็เป็นสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยังมีสังกะสีที่พบมากในอาหารจำพวกหอย นม ก็มีประโยชน์ต่อเส้นขนมากๆเช่นกัน และตัวสุดท้ายที่แนะนำให้รับประทานด้วยก็คือ อาหารที่มีกรดโฟลิคเป็นส่วนประกอบ